วันอังคารที่ 6 ตุลาคม พ.ศ. 2552

ครั้งหนึ่งในชีวิต ณ หอศิลป์กรุงเทพ












กิจกรรมในครั้งนี้ ทางทีมงานartfield ได้ร่วมกับศูนย์มะเร็ง นำกลุ่มผู้ป่วยมะเร็งเต้านมและผู้ดูแล ร่วมทำกิจกรรมศิลป์บำบัด ณ หอศิลป์กรุงเทพ ในครั้งนี้มีการแสดงดนตรีร่วมกับการทำศิลปะอย่างเช่นเคย สิ่งที่เป็นการเปิดประสบการณ์ใหม่ร่วมกันคงเป็นโอกาสในการได้มารวมตัวกันทำกิจกรรมหลักในพื้นที่เปิดโล่งของห้องแสดงศิลปะ ที่หอศิลป์กรุงเทพซึ่งภายในมีการจัดแสดงนิทรรศการภาพพ่อหลวงของเรา เป็นประสบการณ์ที่เรียกได้ว่าครั้งหนึ่งในชีวิต เราก็เคยได้เป็นศิลปินกันจริงๆ ในบรรยากาศและพี้นที่ที่สร้างแรงบันดาลใจ ที่ไม่ได้เกิดขึ้นได้ง่ายๆ ในชีวิตทั่วไปของพวกเรา จนคุณป้าคนหนึ่งถึงกับออกปากว่า "รู้สึกมีชีวิตชีวาขึ้นมาอีกครั้ง ที่ได้มาวาดภาพที่ได้แรงบันดาลใจในหอศิลป์นี้" นั่นเป็นความประทับใจที่มิอาจลืมเลือนของคุณป้าคนนั้น
ในการเปิดกิจกรรมครั้งนี้ มีการนำนักดนตรีและเครื่องดนตรีกีตาร์และเมโลเดียนมาบรรเลงบทเพลง "สุขกันเถอะเรา" เป็นที่น่าประหลาดใจว่าพอดนตรีบรรเลงบรรยากาศรอบๆตัวก็เปลี่ยนไปเป็นความสนุกสนานครื้นเครงได้ในทันที ในการนี้ทางartfieldได้จัดเครื่องดนตรีประกอบจังหวะ เครื่องเคาะ เขย่า ให้ผู้เข้าร่วมกิจกรรมใช้บรรเลงร่วมไปกับดนตรีเป็นที่สนุกสนานกันมาก ครื้นเครงกันได้พอสมควรเราก็ย้ายกิจกรรมไปรวมตัวกันที่ห้องจัดแสดงศิลปะ หัวข้อในการวาดภาพในวันนี้เกี่ยกับ "ศรัทธา" ความเชื่อที่ไม่ได้เป็นเพียงแค่ความเชื่อทั่วๆไป แต่เป็นความรู้สึกที่เป็นเหมือนแรงขับเคลื่อนในชีวิตในทางสร้างสรรค์สิ่งดีงาม ซึ่งทุกๆคนไม่ได้ให้เป็นแต่เพียงความหมายอันลึกซึ้งในการวาดภาพในวันนั้น ทั้งยังเป็นแรงศรัทธาต่อชีวิตที่ยังดำรงอยู่ต่อไปอีกด้วย ดังเช่นภาพวาดหลายภาพที่มีศรัทธาต่อพ่อหลวงของเรา ต่อการดำเนินชีวิตที่ดีงามของบุคคลใดๆ ต่อการสรรค์สร้างของธรรมชาติ การหายจากการเจ็บป่วยฯลฯ ล้วนเป็นสิ่งดีงามที่การระลึกถึงบ้างเป็นบางช่วงเวลาของชึวิตก็ให้กำลังใจได้มิใช่น้อย ดังเช่นที่ว่าชีวิตเราจะมีค่าก็ขึ้นอยู่กับมุมมอง การใช้และการให้ความหมายต่อชีวิต ปิดท้ายกิจกรรมด้วยการร่วมร้องเพลง "ยิ้มสู้" บทเพลงในพระราชนิพนธ์ของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว พร้อมด้วยรอยยิ้มที่เปี่ยมไปด้วยกำลังใจปรากฏขี้นบนใบหน้าของทุกๆคน



1 ความคิดเห็น: