วันเสาร์ที่ 27 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2553

ก่อนจะเริ่ม เริ่มที่เรา ที่...ศิริราช








ก่อนจะเริ่ม.................แม้จะเริ่มที่เรา ก็มักจะมีคำถามขึ้นมาว่า เอ มันจะเริ่มได้อย่างไร? มันจะไปทางไหน? มันจะดีไหม? แล้วจะได้อะไร?มันจะจบลงตรงไหน? และอีกหลาย ?????????...ตามมา เมื่อนั้นเราคงตอบได้ว่า ไม่มีใครรู้หรอก ก็เรายังไม่เริ่มต้นก้าวออกเดินทางเลยนี่ การเริ่มจากความไม่รู้นั้น ถ้ามองว่าเป็นประสบการณ์ที่น่าค้นหา และติดตาม ก็เปรียบเสมือนหน้ากับกระดาษอันว่างเปล่า ที่รอการแต่งแต้ม เติมสีสัน และรูปร่าง แม้ตอนเริ่มมันจะไม่เป็นรูปเป็นร่าง แต่ถ้าเราคิดที่จะก้าวออกเดินทางไปแล้ว โดยไม่หยุด และในระหว่างทางนั้นประสบการณ์จะบอกเล่าเรื่องราวต่างๆ ผ่านการพบปะ แลกเปลี่ยนประสบการณ์ ความคิด ความรู้สึก และ จินตนาการระหว่างเรากับผู้ร่วมเดินทางสิ่งนั้นแหละ อาจสร้างความหมายได้มากกว่าการไปถึงจุดหมายปลายทางเสียอีก และเมื่อนั้นเราจะพบว่าการเริ่มเดินทางไปกับความไม่รู้นั้น ยังมีเพื่อนร่วมเดินทางไปด้วยเสมอ ดังเช่นบทเพลงที่ลอยมาว่า.... you will never walk alone........................



เริ่มที่เรา ที่.....ศิริราช







3วันกับการอบ....รมด้วยความคิดสร้างสรรค์ ศิลปะ และรอยยิ้ม แทบไม่น่าเชื่อว่า แพทย์พยาบาลที่ศิริราชจะทำให้เห็นว่า แท้จริงแล้วศิลปะนั้นไม่ใช่สิ่งที่แยกออกจากชีวิตและจิตใจ เป็นเรื่องไกลตัวอันยากที่จะเข้าถึง แต่กลับเปี่ยมไปด้วยพลังในด้านการเยียวยารักษาและคุณค่าทางจิตใจที่ใครๆก็สามารถรับรู้ได้.......ด้วยใจ ทางทีมงานสามารถรับรู้ได้ถึงการเปิดใจรับ กับประสบการณ์ที่ได้ร่วมเดินทางไปด้วยกันในครั้งนี้

ถ้าเวลาเป็นสิ่งที่เราได้รับมาพร้อมกับชีวิต การใช้เวลาไปกับการอบรมในครั้งนี้คงไม่เสียเปล่า สิ่งที่ได้คือความทรงจำ ในการเดินทางของจิตวิญญาณไม่ว่าจะไปสู่อดีต ปัจจุบัน หรือ อนาคต ก็คงจะพัฒนาเป็นความงอกงามในจิตใจ ที่ใครๆ ต่างก็ค้นหาและอยากร่วมแบ่งปันในประสบการณ์.......ณ เวลานั้น เวลาคงไม่สูญเปล่า

วันศุกร์ที่ 11 ธันวาคม พ.ศ. 2552

อบอุ่นใจ อีกครั้ง





อย่ากลับคืนคำ เมื่อเธอย้ำสัญญา
อย่าเปลื่ยนวาจา เมื่อเวลาแปรเปลื่ยนไป
ให้เธอหมายมั่นคง แล้วอย่าหลงไปเชื่อใคร
เดินทางไป อย่าหวั่นใครขวางกั้น
มีดวงตะวัน
ส่องเป็นแสงสีทอง กระจ่างครรลอง ให้ใฝ่ปองและสร้างสรรค์
เมื่อดอกไม้แย้มบาน ให้คนหาญสู้ไม่หวั่น คือรางวัล แด่ความฝันอันยิ่งใหญ่ ให้เธอ
บนทางเดินที่มีขวากหนาม ถ้าเธอคร้ามถอย ไปฉันคงเก้อ
ฉันยังพร้อมช่วยเธอเสมอ เพียงตัวเธอ ไม่หนีไปเสียก่อน
จะปลอบดวงใจ ให้เธอหายร้าวราน จะเป็นสะพาน ให้เธอเดินไปแน่นอน จะเป็นสายน้ำเย็น ดับกระหายยามโหยอ่อน คอยอวยพร
ให้เธอสมดังหวังได้ นิรันดร์

วันพุธที่ 4 พฤศจิกายน พ.ศ. 2552

ไปหาหมอ ที่สมิติเวช





เป็นครั้งแรกที่ไปพบแพทย์ตามนัด แต่กลับมีแพทย์มาพบเป็นจำนวนมาก คราวนี้ทีมงาน ARTFIELD ได้มีโอกาสเข้าไปแลกเปลี่ยนการรักษาทางเลือกที่ใช่ว่าเป็นเพียงแค่ alternative therapy แต่คือ additional therapy ของศิลป์บำบัด(creative therapy) ที่ผสมผสานกันระหว่าง ศิลปะบำบัด ดนตรีบำบัด และความเป็นไปได้ของการรักษา เสียงตอบรับแสดงถึงความเป็นไปได้ที่น่าประทับใจ คราวนี้ทางทีมงานนำของเล่นไปเป็นจำนวนมาก ได้เห็นถึงความเป็นศาสตร์และศิลป์ในตัวแพทย์ นานทีจะเห็นเครื่องดนตรี สี และ กระดาษในมือแพทย์ ก็ทำให้บรรยากาศแบบหมอหมอดู มีความน่ารักและขี้เล่นอย่างคาดไม่ถึง หวังว่าการวินิจฉับกระบวนการ ARTFIELD จะเป็นไปได้ด้วยดี เห็นอย่างนี้แล้วผู้ป่วยทั้งหลายคงสบายใจขึ้นที่ในใจคุณหมอๆนั้น ยังมีสีสัน เสียงเพลง และรอยยิ้ม กำลังใจที่ได้จากการรักษาคงเยียวยาได้มิใช่น้อย

วันพฤหัสบดีที่ 22 ตุลาคม พ.ศ. 2552

The Controversial space: art exhibition at hospital





Others have seen what is and asked why
I have seen what could be and asked why not
Pablo Picasso



วันอาทิตย์ที่ 11 ตุลาคม พ.ศ. 2552

กำลังใจจากคนแปลกหน้า กิจกรรมศิลปบำบัด โรงพยาบาลกรุงเทพ







ในบางวิถึชีวิตของคนในยุคปัจจุบันนี้ ก็ดำเนินไปโดยยากที่คิดว่าจะได้รับกำลังใจจากคนแปลกหน้า โดยเฉพาะอย่างยิ่งในเมืองใหญ่ เรามักจะเกิดความระแวงหรือไม่ไว้วางใจในคนทั่วๆไปที่เราไม่ได้รู้จักมักคุ้นเสียก่อน แม้แต่คำทักทาย หรือพูดคุยยามพบปะกันก็แทบจะไม่เกิดขึ้นกับผู้คนในเมืองใหญ่ นั่นอาจทำให้เกิดเป็นความคุ้นชินจนแม้กับคนทั่วๆไปที่เรารู้จักกันดีอันนี้ก็เป็นได้ มิใช่เรื่องแปลกแต่ประการใด แต่ความคุ้นชินเช่นนี้ถ้าปล่อยไว้นานๆไป อาจก่อให้เกิดความแปลกแยกโดดเดี่ยวอ้างว้างในจิตใจ ซึ่งมิเป็นผลดีแต่ประการใดต่อการอยู่ร่วมกันในสังคม ชุมชนใดๆ แต่หลังจากเข้าร่วมกิจกรรมกับ Artfield ศิลป์บำบัดที่จัดองค์ประกอบทางด้านพื้นที่ กิจกรรม เสียงดนตรี และ ศิลปะร่วมกัน จะพบว่าแม้ในเวลาอันสั้น บุคคลที่แทบจะไม่เคยได้รู้จักกันมาก่อนเลยก็สามารถเปิดใจ เปิดรับประสบการณ์ร่วมกัน ทำกิจกรรมที่ก่อให้เกิดรอยยิ้มและมิตรไมตรีจิดได้ กำลังใจจากคนแปลกหน้าในช่วงเวลาหนึ่งๆก็ทำให้จิตใจเบิกบานเป็นสุขได้อย่างน่าประหลาดใจ






วันอังคารที่ 6 ตุลาคม พ.ศ. 2552

ครั้งหนึ่งในชีวิต ณ หอศิลป์กรุงเทพ












กิจกรรมในครั้งนี้ ทางทีมงานartfield ได้ร่วมกับศูนย์มะเร็ง นำกลุ่มผู้ป่วยมะเร็งเต้านมและผู้ดูแล ร่วมทำกิจกรรมศิลป์บำบัด ณ หอศิลป์กรุงเทพ ในครั้งนี้มีการแสดงดนตรีร่วมกับการทำศิลปะอย่างเช่นเคย สิ่งที่เป็นการเปิดประสบการณ์ใหม่ร่วมกันคงเป็นโอกาสในการได้มารวมตัวกันทำกิจกรรมหลักในพื้นที่เปิดโล่งของห้องแสดงศิลปะ ที่หอศิลป์กรุงเทพซึ่งภายในมีการจัดแสดงนิทรรศการภาพพ่อหลวงของเรา เป็นประสบการณ์ที่เรียกได้ว่าครั้งหนึ่งในชีวิต เราก็เคยได้เป็นศิลปินกันจริงๆ ในบรรยากาศและพี้นที่ที่สร้างแรงบันดาลใจ ที่ไม่ได้เกิดขึ้นได้ง่ายๆ ในชีวิตทั่วไปของพวกเรา จนคุณป้าคนหนึ่งถึงกับออกปากว่า "รู้สึกมีชีวิตชีวาขึ้นมาอีกครั้ง ที่ได้มาวาดภาพที่ได้แรงบันดาลใจในหอศิลป์นี้" นั่นเป็นความประทับใจที่มิอาจลืมเลือนของคุณป้าคนนั้น
ในการเปิดกิจกรรมครั้งนี้ มีการนำนักดนตรีและเครื่องดนตรีกีตาร์และเมโลเดียนมาบรรเลงบทเพลง "สุขกันเถอะเรา" เป็นที่น่าประหลาดใจว่าพอดนตรีบรรเลงบรรยากาศรอบๆตัวก็เปลี่ยนไปเป็นความสนุกสนานครื้นเครงได้ในทันที ในการนี้ทางartfieldได้จัดเครื่องดนตรีประกอบจังหวะ เครื่องเคาะ เขย่า ให้ผู้เข้าร่วมกิจกรรมใช้บรรเลงร่วมไปกับดนตรีเป็นที่สนุกสนานกันมาก ครื้นเครงกันได้พอสมควรเราก็ย้ายกิจกรรมไปรวมตัวกันที่ห้องจัดแสดงศิลปะ หัวข้อในการวาดภาพในวันนี้เกี่ยกับ "ศรัทธา" ความเชื่อที่ไม่ได้เป็นเพียงแค่ความเชื่อทั่วๆไป แต่เป็นความรู้สึกที่เป็นเหมือนแรงขับเคลื่อนในชีวิตในทางสร้างสรรค์สิ่งดีงาม ซึ่งทุกๆคนไม่ได้ให้เป็นแต่เพียงความหมายอันลึกซึ้งในการวาดภาพในวันนั้น ทั้งยังเป็นแรงศรัทธาต่อชีวิตที่ยังดำรงอยู่ต่อไปอีกด้วย ดังเช่นภาพวาดหลายภาพที่มีศรัทธาต่อพ่อหลวงของเรา ต่อการดำเนินชีวิตที่ดีงามของบุคคลใดๆ ต่อการสรรค์สร้างของธรรมชาติ การหายจากการเจ็บป่วยฯลฯ ล้วนเป็นสิ่งดีงามที่การระลึกถึงบ้างเป็นบางช่วงเวลาของชึวิตก็ให้กำลังใจได้มิใช่น้อย ดังเช่นที่ว่าชีวิตเราจะมีค่าก็ขึ้นอยู่กับมุมมอง การใช้และการให้ความหมายต่อชีวิต ปิดท้ายกิจกรรมด้วยการร่วมร้องเพลง "ยิ้มสู้" บทเพลงในพระราชนิพนธ์ของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว พร้อมด้วยรอยยิ้มที่เปี่ยมไปด้วยกำลังใจปรากฏขี้นบนใบหน้าของทุกๆคน